วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ปริวาสกรรมจากภูเก็ตถึงลำพูน

                                  IMG_20120106_135758

ข้าพเจ้าย้ายตัวเองจากภูเก็ตมายังภาคเหนือของประเทศไทย        

อ.ลี้ จ.ลำพูน ด้วยระยะเวลาเกือบ ๒๔ ชม. ๑วันเต็ม

จากรถทัวร์  กรีนบัส เที่ยว ภูเก็ต-เชียงใหม่ เริ่มต้นจากสะพานสารสินออกพังงา เกือบห้าโมงเย็น มาแวะพักรถครั้งแรกที่ วังกุ้ง สุราษฎร์ธานี เอาคูปองสามสิบบาทไปแลกเป็นชาโออิชิ(คุ้มมาก) หลังจากนั้นก็เจอเส้นทางอันยาวไกลของ จ.ชุมพร ประจวบฯมาเรื่อยจนหลับ

รู้สึกตัวอีกที มองไปนอกหน้าต่างเห็นเพียงแสงไฟสลัว นอนครึ่งหลับครึ่งตื่นไปเรื่อยจนแวะ ฉันเช้าที่ อ.สลกบาตร จ.กำแพงเพชร ผ่านมาจนถึง จ.ตาก เลยไปเรื่อย จนมองเห็นป้าย จังหวัด ลำปาง ซึ่งสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ตลอดสาย ต้นสักเยอะมากครับตลอดข้างทางที่มองเห็น พบเห็นรอยไฟไหม้ป่าจากความแห้งแล้ง รอยสีดำ เหลือง ส้ม เขียว ป่าผลิใบ มีให้เห็นตลอดทาง

สุดท้ายก็ถึงลำพูน มานั่งรอ โยมมารับ ที่ อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี

ที่นี่ นกกรงหัวจุกเยอะมาก นั่งคิดถ้าเป็นทางภาคใต้ คงโดนจับใส่กรงแน่นอน แต่นกกรงหัวจุกที่นี่ตัวจะเล็กและร้องเพียงคำสั้นๆเท่านั้น

นั่งรอตาลายเลยครับ คนเยอะมาก ทั้งวัยรุ่นหนุ่มสาว วัยทำงาน พี่ป้าน้าอา คนแก่ชรา อากง อาม่า แวะเวียนมา สักการะ พระนางจามเทวีกันไม่ขาดสาย แต่ที่เห็นเยอะที่สุด คงจะเป็น คู่รัก ที่จูงมือกันมาขอพรเป็นคู่ ใครไม่เชื่อ ขอให้ลองมาเที่ยวชมดูได้ บรรยากาศดีมากครับ ขอบอก

                                      อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี2

 



>

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2555

ประวัติ วัดกะทู้

                                                    IMG-20120405-WA0000

  ตามความเป็นมาของวัดในอดีต ผู้เฒ่าเล่าให้ฟังว่า เดิมทีวัดกะทู้ตั้งอยู่หลังตลาดวัดกะทู้ มีหลักฐานปรากฏชัดเจนคือ ต้นโพธิ์

เนื่องจากสถานที่ตั้งวัดเดิม เป็นที่ลุ่มมีน้ำท่วมและประกอบกับมีแร่ดีบุกเป็นจำนวนมากพอสมควร ซึ่งในสมัยนั้น

หลวงอำนาจนรารักษ์ เป็นกำนัน ท่านจึงได้ย้ายวัดจากที่เดิม ไปตั้งอยู่ที่ปัจจุบัน เนื้อที่โดยประมาณ ๓๐ ไร่ ๓ งาน ๘๖ ตารางวา

ตั้งอยู่ที่ ม.๔ ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต หน้าวัดติด ถนน วิชิตสงคราม ทิศตะวันตกจรดสถานีตำรวจและที่ว่าการอำเภอเก่า

ทิศเหนือจรดที่ประทานบัตรของบริษัท บ่านหงวนตินไมนิ่ง จำกัด ทิศตะวันออกที่ นายเส้ง พ่อ นางตึง  และศาลเจ้าต๋องหย๋องสู

ลักษณะที่ตั้งวัดเป็นที่ราบสูงเป็นควนเขา ในตอนหลังเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ได้ปรับปรุงพื้นที่เป็นการใหญ่ โดยขอความร่วมมือจาก

คุณ จิ้นหวุน (เจริญ ตันติวิท) เจ้าของและผู้จัดการ บริษัท ตินติโกวิท และคุณ บันลือ ตันติวิท เจ้าของและผู้จัดการบริษัท บ่านหงวนตินไมนิ่งจำกัด

ทำการปรับพื้นที่โดยใช้รถแทรกเตอร์ของบริษัทฯ ใช้เวลาบริษัทละ ๑๗ วัน รวม ๓๔ วัน จึงได้พื้นที่ดังที่ปรากฏให้เห็นเป็นชั้นๆ ได้สามชั้น

ชั้นล่างปลูกมะพร้าวเป็นหลัก มีพืชผลบ้างเล็กน้อย มีการสร้างศาลาบำเพ็บกุศลและโรงครัว เป็นศาลาบาตรและที่พักคนเดินทาง

กับเป็นที่อยู่ของคนวัด พื้นที่ชั้นกลางเป็นสังฆาวาสที่อยู่ของพระสงฆ์ มีศาลาการเปรียญ กุฏิที่พักสงฆ์ เมรุเผาศพ อนุสาวรีย์หลวงพ่อเจ้าวัด

สถานที่พักผ่อนพื้นชั้นบนสุดใช้เป็นเขตพุทธาวาส มีโรงอุโบสถกว้าง ๑๐.๕๐ เมตร ยาว ๒๖ เมตร ริ่มสร้างเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม พศ.๒๕๒๔

แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ สิ้นเงินในการก่อสร้าง ๖,๒๓๒,๙๐๙ บาท จึงสำเร็จบริบูรณ์ วัดได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่

๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๙ แล้วทำพิธีสวดวิสุงคามสีมาสำเร็จ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๒๙ และใช้ทำการสังฆกรรมเป็นต้นมา

จนถึงได้ผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตร เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ วัดจึงมีความเป็นพัทธสีมาโดยสมบูรณ์แบบตั้งแต่นั้นมา



>

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555

บอลการเมือง ขายสิทธิ์ไม่ขายเสียง

                            ลายเซ็นเพิ่มเติม copy

หนูไปดู Fc phuket ครั้งแรกนัดเจอ นครศรีธรรมราช ต้นฤดูกาล ดิวิชั่น2 พลาดนัดเปิดสนามที่ภูเก็ตเปิดรังสุระกุลเสมอพัทลุง งานเปิดตัวใหญ่โต โดยมี บ.บู๋ บูรณิจน์ รัตนวิเชียร มาเป็นโฆษกสนามให้ จากคำสั่ง นาย ระวิ โหลทอง ภูเก็ตครานั้นเปิดตัวดังสนั่นหวั่นไหว ด้วยการดึง ขงเบ้งลูกหนัง อาจารย์ อาจหาษ ทรงงามทรัพย์ มาเป็นกุนซือ พร้อมนักเตะ เมืองทอง-หนองจอก มาเก็บเลเวลเกือบจะยกทีม โดยเริ่มต้นทีมผู้เก็ตมีทีมบริหารที่รักฟุตบอลสุดใจ อย่างประธานสโมสร คุณ เอี่ยม ถาวรว่องวงศ์ ผู้อำนวยการสโมสร โกเล็ก นฤเบศ อายุพงศ์ ผู้จัดการทีม ท่าน ตะวัน สุขหิรัญ (อัยการโน)

ก่อนหน้านี้ Fc Phuket เดิมชื่อ ภูเก็ตเอฟซี หรือ ฉายา มังกรทะเลใต้ เสื้อสีฟ้า สปอนเซอร์คาดหน้าอก บางกอกนวดแผนโบราณ ผลงานจบด้วยอันดับรองบ๊วย เคยเข้าไปสัมผัสเกมนัดเจอ นราธิวาส ตอนนั้นยังโดน นราธิวาสชุดรุ่งเรืองสุดขีด อัดเละไมเป็นท่า

แต่ครั้นเมื่อ มังกรทะเล ได้กลายร่างเป็น กิเลนทะเลใต้ ด้วยอำนาจเม็ดเงิน ขุมกำลังนักเตะ สมองกุนซือ ทีมบริหาร แฟนบอลทีมเชียร์ คนขายมะม่วง ขายถั่ว ขายเบียร์ ฯลฯ ก็เพียงพอที่จะทำให้ทีมภูเก็ตเปี๋ยนไป๋ ผลงานโดดเด่นถล่มคู่แข่งใน สุระกุล ผลงานนอกบ้านอาจต้องลุ้นบ้างบางนัด

แต่ก็เพียงพอที่จะคว้าโควต้าไปเล่น ดิวิชั่น1 แบบเป็นรองเพียงแค่ บุรีรัมย์ เอฟซี ของ เนวิน ชิดชอบ เพียงทีมเดียว

เมื่อทีมรุ่ง กลุ่มกองเชียร์แฟนบอล ก็เกิดขึ้นมากมาย อาทิเช่น มนุษย์ตัวเขียว The HULK นอกสนามสามแต้ม Hardcore หรือจะเป็นหน้ากากเทวดา The MASK อีกหลายกลุ่มขออภัยที่ไม่ได้เอ่ยนาม

เมื่อครั้งแชมป์ลีคภูมิภาคภาคใต้ แฟนบอลทั้งหลายต่างพากันดีใจ วิ่งลงรอบสนาม ชักภาพร่วมกับนักเตะที่ตนรัก จุดพลุมอบรางวัล ตะโกนร้องดีใจ กูจะไปไทยลีค(ข้ามD1ไป)

แต่เมื่อก้าวขึ้นสู่ ดิวิชั่น1 ได้มีการเปลี่ยนมือผู้บริหารและทีมงานเริ่มมีนักเลือกตั้งมองเห็นช่องทางทำกิน เส้นทางฟุตบอลจึงไม่ได้โรยด้วยกลีบดาวเรือง อย่างที่ใฝ่ที่ฝันกันไว้ เมื่อขงเบ้งลูกหนัง หมดภาระหน้าที่ พร้อมมอบ ให้โค้ช จั๊บ สุระชัย จิระศิริโชติ มือใหม่ป้ายแดง จับพลัดจับถูผลงานก็ไม่โดนใจแฟนบอลเท่าที่ควร จึงต้อง ปลดล็อค ไขก็อก ชูป้าย เปลี่ยนกุนซือ มาเป็น สมพงษ์ วัฒนา จาก ราชวิถี

จน ณ บัดนี้ เกือบใกล้จบฤดูกาล ทีมภูเก็ตก็อยู่กลางๆ แบบอยู่รอดปลอดภัย ในดิวิชั่น1 ต่อไป

แต่สิ่งที่ช็อคหัวใจแฟนบอล คือ ข่าวการขายทีม ขายสิทธิ์แต่ไม่ขายเสียง(แฟนบอลยังอยู่) ด้วยเพราะเหตุผล ภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่พร้อมจำนวนเงินอันใหญ่ยิ่ง สปอนเซอร์ถอนตัว งบ อ.บ.จ ภูเก็ตไม่มีดั่งเดิม

ปัญหาต่างๆ โน่น นี่ นั่น มากมายโหมกระหน่ำ

พร้อมกับ ข่าวทีมภูเก็ตกำเนิดใหม่แต่เริ่มกับ ลีคภูมิภาคอีกครั้ง พร้อมกับเสียงกระซิบจากแฟนบอล “ศักยภาพของชาวภูเก็ตแค่ลีคภูมิภาคแค่นั้นหรือ”เดี่ยวขึ้นไปที่สูงก็กลับมาเริ่มใหม่ที่เดิมอีกครั้ง ยังกับเพลงวัยรุ่นอกหัก ถ้าเป็นจริงดั่งที่ พรรณณา มาด้วยประการฉะนี้

แฟนบอลทั้งหลายโปรดจงคิดเสียว่า เราไม่ได้ยึดติดในตัวทีมและผลงานจนเกินเลย เราจะอยู่กับกลุ่มเพื่อนและแฟนบอลตลอดไป “เป็นตัวเขียวๆใส่หน้ากากเทวดาอยู่นอกสนามตะโดนลั่นดั่งคนบ้า”ให้ใครๆเขาว่า พวกมันบ้าบอล ทีมไรขึ้นชื่อว่าภูเก็ตมันเชียร์หมด มันทำเพราะใจรัก ที่ได้ดูเกมกีฬาที่มีผู้เล่นวิ่งบนสนามสี่เหลี่ยมวิ่งไล่แย่งลูกกลมๆ คุยเรื่องเดียวกัน กอดคอกันเชียร์ เสียใจร่วมกันเมื่อทีมแพ้ กรอกมันลงคอไปเยอะๆเมื่อทีมแพ้ อ๊วกอาเจียรเมื่อทีมโดนถล่มคาบ้าน

สุขและทุกข์เราร่วมเสพครับ พวกเราจะพากันก้าวข้าม ตัวช่วย ในการที่ทำให้พวกเรามาพบเจอกัน เจอเพื่อนแท้ที่แสนจะหายากในสังคมปัจจุบัน เซนทรัล โลตัส ท้ายรถ ก็ไม่มีขาย

พวกเราก็จะพบความสุขในการชมเกมฟุตบอล ในสถาณการณ์ประเทศ ที่นักเลือกตั้ง พยายามหาผลประโยชน์ จาก บ.ไทยพรีเมียร์ลีค จาก สถานที่ ชุมนุมชน

ปล. ลองสรุป บอลไทยปีนี้ แบบให้เป็น โพลการเมือง

แชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีค บุรีรัมย์ พีอีเอ    ของ กลุ่มเพื่อน เนวิน

แชมป์ D1 บุรีรัมย์ เอฟซี    ของ กลุ่มเพื่อนและภรรยา เนวิน

รองแชมป์ D1 ชัยนาท เอฟซี  ของ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย  “นาคาสัย”

แชมป์ ลีคภูมิภาค D2 ราชบุรี กลุ่มการเมืองราชบุรี สส. บุญยิ่ง นิติกาญจนา และ สรอรรถ กลิ่นประทุม

สุพรรณบุรี ลูกป๋าเติ้ง วราวุธ ศิลปอาชา 

นี่ถ้า บ้านเลขที่ 111 ได้ปลดล็อคทางเมือง บอลไทยจะ สนุกมากขึ้นกว่านี้ แน่นอนครับ

“นายทุนนักเลือกตั้ง เหมือนจะรุ่งกับฟุตบอล แต่ก็เป็นดาบสองคมเสมอ”

                                                                                                                     ด.ช ประพันธ์



>

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

คำขอบรรพชานาคคู่ (เนื่องด้วยตัวผมจะบวชเข้าพรรษา)

วันที่ ๙ กรกฎาคม เวลา ๘:00 น  วัดกะทู้ นะครับ

.เอเต มะยัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง
สะระณัง คัจฉามะ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยามะ มะยัง
ภันเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง, ละเภยยามะ
อุปะสัมปะทัง,
.........ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง
สะระณัง คัจฉามะ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยามะ มะยัง
ภันเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง, ละเภยยามะ
อุปะสัมปะทัง,
.........ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต, สุจิระรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง
สะระณัง คัจฉามะ , ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยามะ มะยัง
ภันเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง, ละเภยยามะ
อุปะสัมปะทัง,
.........มะยัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามะ, อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ
คะเหตวา, ปัพพาเชถะ โน ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ,
.........ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามะ, อิมานิ กาสายานิ
วัตถานิ คะเหตวา, ปัพพาเชถะ โน ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ,
.........ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามะ, อิมานิ กาสายานิ
วัตถานิ คะเหตวา, ปัพพาเชถะ โน ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ,

คำขอนิสสัยนาคคู่

.........มะยัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามะ,
ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามะ,
ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามะ,
.........อุปัชฌาโย โย ภันเต โหหิ (๓ หน)
.........อัชชะตัคเคทานิ เถโร, อัมหากัง ภาโร,
.........มะยัมปิ เถรัสสะ ภารา (๓ หน)

คำขออุปสมบทพร้อมกัน

.........สังฆัมภันเต, อุปะสัมปะทัง ยาจามะ, อุลลุมปะตุ โน ภันเต,
สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ.
.........ทุติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามะ, อุลลุมปะตุ
โน ภันเต, สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ,
.........ตะติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามะ, อุลลุมปะตุ
โน ภันเต, สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ.

----------------------------

>

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การแบ่งปันอำนาจสังคมไทย(การเมืองต้องแก้ด้วยการเมืองจริงหรือ)

การแบ่งปันอำนาจสังคมไทย(การเมืองต้องแก้ด้วยการเมืองจริงหรือ)


สังคมไทยเป็นสังคมของการแบ่งปันอำนาจ โดยแบ่งอำนาจเป็น
กลุ่มแรก อำนาจนายทุน เติบโตมาแต่ในอดีตมีความแข็งแกร่งในด้านทุน เศรษฐกิจ ของสังคมไทย เป็นอำนาจที่แอบอิงอยู่กับนักการเมืองและทหารขึ้นอยู่กับแต่ละยุคแต่ละสมัย กลุ่มที่สอง อำนาจเก่า เป็นอำนาจของผู้ที่เคยอยู่ในกลุ่มอำมาตย์ กลุ่มโครงสร้างเก่าในอดีต ไม่ว่าจะเป็นนายทหารเก่า ชนชั้นสูงหรือผู้นำในอดีต
กลุ่มที่สาม เป็นของนักการเมือง ซึ่งแล้วแต่ยุคสมัยว่าใครจะได้เป็นรัฐบาล
กลุ่มสุดท้าย เป็นอำนาจที่ใหญ่ในสังคมไทยคืออำนาจทหาร ในระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ อำนาจทหารเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่และมีกำลัง โดยมีสามอำนาจแรกมาแอบอิงอยู่โดยตลอด
สังคมไทยแบ่งปันอำนาจกันอย่างมีความสุขอาจจะพบว่ามีบางครั้งบางคราที่มีอำนาจประชาชนเข้ามาบ้างแต่นั่นก็เป็นเพียงชั่วคราวในบางขณะเท่านั้น เป็นระยะเวลาสั้นๆ เหตุที่ผมต้องพูดถึงเรื่องอำนาจ เพราะว่าการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.54 บรรดานักการเมืองที่รวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลอาจจะไม่สามารถดำเนินการไปได้เรียบร้อย หากไม่ได้ปรึกษาหารือหรือให้ความสำคัญกับอำนาจอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจทหาร จริงอยู่ที่ผู้นำทางทหารมักพูดอยู่บ่อยๆว่าการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ทหารทำหน้าที่ปกป้องประเทศไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่การเมืองไทยก็ยังต้องพึ่งอำนาจทหารมาโดยตลอดอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ ยกเว้นในช่วงที่ทักษิณ ครองอำนาจ และก็เป็นทหารอีกนั่นแหละที่ทำให้ทักษิณออกไปจากอำนาจของสังคมไทย
ทักษิณ ชินวัตร เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดว่าเขาทำให้ดุลอำนาจของแต่ละกลุ่มในสังคมไทยสูญเสียไป
อำนาจนายทุน ถูกทักษิณ รวบรวมไปอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันทุนต่างๆล้วนขึ้นอยู่กับทักษิณ แม้แต่ทักษิณก็เป็นนายทุนลำดับต้นๆรวยขนาดแสนล้าน
อำนาจเก่า ถูกทักษิณละเลยไม่ให้ความสำคัญ
อำนาจนักการเมือง ถูกทักษิณ ควบไปอยู่ในพรรคไทยรักไทย
อำนาจทหาร ถูกทักษิณ ควบคุมแม้กระทั่งให้ญาติผู้พี่ผู้น้องขึ้นเป็น ผบ.ทบ.
เมื่อสังคมไทยที่มีการแบ่งปันอำนาจมาแต่ดั้งเดิมถูกทักษิณ ชินวัตร รวบอำนาจอยู่ในคนๆเดียว สังคมไทยเกิดการต่อต้านและในวันหนึ่งที่ทักษิณ มีอำนาจมากที่สุด ทุกถนนมุ่งไปสู่ทักษิณ ชินวัตร แล้ววันหนึ่งทักษิณ สะดุดขาตัวเองด้วยคดีซุกหุ้นและเลี่ยงการจ่ายภาษี สังคมตื่นตระหนก และหลังจากนั้นระบอบทักษิณก็ล่มสลายทุกๆอำนาจทุกๆกลุ่มต่างดึงอำนาจไปหาตัวเอง และรุมสะกำทักษิณอย่างไม่ปราณีปราศรัย
ทักษิณ ถึงเวลาต้องจ่ายคืนและผู้ที่ทำการเปลี่ยนแปลงวันนั้นแน่นอนคืออำนาจทหาร ซึ่งเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่ มั่นคงและมีพลังยิ่งในสังคมไทยแต่ดั้งเดิม
วันนี้ทักษิณ เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว เขาเรียนรู้ว่าต้องสมานประโยชน์ในอำนาจของสังคมไทยอย่างไร เขาเรียนรู้ว่าวันที่ 3 ก.ค. หากเขาได้คะแนนเสียงเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ใครในสังคมไทยที่เขาต้องไปคุยด้วย ประสบการณ์ในอดีตได้สอนให้เขารู้จักโครงสร้างการแบ่งปันอำนาจในสังคมไทย เขาไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าถ้าเขาละเลยกลุ่มอำนาจ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในสังคมไทยเขาก็จะถูกปฏิวัติ ถูกบอยคอต ถูกกีดกัน หรือแม้กระทั่งถูกยัดเยียดในหลายๆข้อหา
ผมเชื่อและมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าวันนี้ คุณทักษิณ ได้ประสานกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆเหล่านั้นไว้แล้ว ความพยายามของพรรคเพื่อไทย ที่ได้รับการสนับสนุนจากทักษิณ ชินวัตร ที่จะเป็นรัฐบาลหลังวันที่ 3 ก.ค.54 นี้ จะต้องรับการฉันทานุมัติหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับกลุ่มอื่นๆ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่บอกว่า
“ยังไม่ได้คุยกับทหาร การเมืองคือการเมือง ทหารไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง” คนที่พูดประโยคนี้คงจะคิดว่าประชาชนรู้ไม่เท่าทัน คนอย่างชูวิทย์ สอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลา ใกล้ถึงวันเลือกตั้งและเห็นรำไรๆ อยู่ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้คะแนนเสียงเป็นส่วนมาก มากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นคู่แข่งยิ่งต้องทำให้คุณทักษิณ ประสานผลประโยชน์ของกลุ่มๆ ในโครงสร้างของสังคมไทยอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะจัดตั้งรัฐบาล
ที่นี่คุณเชื่อรึยังว่าหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลแล้วเกิดไม่ได้คุยกับทหารมาก่อน โดยดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลไปเลยและไม่สนใจอำนาจทหาร คุณคิดว่าการเมืองต้องแก้ไขด้วยการเมือง ทหารไม่เกี่ยวข้อง หากคุณทักษิณ เชื่อแบบนั้นก็คงจะต้องถูกปฏิวัติอีก
วันนี้คุณเชื่อหรือไม่ว่าทักษิณ
คุยกับกลุ่มทุนต่างๆ
คุยกับพรรคร่วม เช่นบรรหาร สุวัจน์
คุยกับ ผบ.ทบ. หรือแม้กระทั่งคุยกับ พล.อ.เปรม
การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ทหารมีหน้าที่แค่ดูแลประเทศจริงหรือ?
http://www.rakthailandparty.com/?p=1880 
>

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553

นิทาน 3G เจาะข่าวตื้นกับ จอห์น วิญญู

ต่อจาก นิทานเต่ากับแมว เวอร์ชั่น ที่แล้วครับ
แต่นี่เป็นของ พี่ จอร์น วิญญู รายการ เจาะข่าวตื้น



www.ihere.tv
video
ส่วนตัวผมชอบมากครับ
>

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

นิทาน เต่ากับแมว @supinya

ก่อนอื่นจะพูดถึงตัวละครในนี้ก่อนนะครับ แล้วเอาไปเปรียบเทียบเอาเอง นำข้อมูลมาจาก @ipattt 

3G ตอนที่ 2 ตัวละครหลัก และรัฐบาลที่เข้ามาในฉากสุดท้าย

กทช

ดังที่ได้รู้จักเรื่องราวการก่อตั้งและปัญหาของกทช. มาแล้วจากตอนเก่าๆ นะครับ กทช. ก่อตั้งขึ้นมาด้วยความหวังในพลังการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ แต่กทช. ยังเป็นองค์กรอิสระองค์กรเดียวที่มีอำนาจในการบริหารและเสนอญัตติทาง นิติบัญญัติด้วย ทำให้สามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ของตนเองได้

True

True เป็นผู้ประกอบการณ์รายเล็กสุด ที่ได้รับสัมปทานจาก CAT (เนื่องจากมีคลื่นความถี่เหลือ จาก DTAC) ในขณะนี้เหลือสัญญา 2G อีกเพียง 3 ปี (น้อยที่สุดในเอกชนสามเจ้า สาเหตุที่ True เหลือเวลาสัมปทาน 2G น้อยที่สุด ทั้งที่เป็นผู้เล่นรายใหม่ ก็เพราะว่าต่อสัญญาไม่ทัน) ดังนั้นจึงเป็นผู้เล่นรายที่กระตือรือร้นที่สุดที่อยากมาสู่ 3G เพราะจะหมดสัญญา
นอกจากนี้ True ยังเป็นแนวธุรกิจแบบ Convergence มีทั้ง Content และ Data ที่ 3G จะรองรับธุรกิจได้อย่างเหมาะสมที่สุด แต่ในแง่การประมูล บริษัทที่เป็นรายเล็กสุด ก็ดูเหมือนจะ”เหนื่อย” กว่าเจ้าอื่น
True ต่างจากผู้เล่นรายอื่นที่เปอร์เซ็นต์การถือหุ้นเป็นทุนส่วนใหญ่ ของคนไทย ดังนั้น True จึงเน้นการสื่อสารกับสาธารณะว่าการเงื่อนไขที่ปิดเสรี อาจมีผลให้ทุนต่างชาติเข้า มาในกิจการโทรคมนาคมไทย ( ซึ่งตอนนี้มีแนวโน้ม ญี่ปุ่น มาแรงมาก ) จึงให้เหตุผลเชิงชาตินิยม (ว่าตนเองเป็นทุนไทย) มากกว่าเจ้าอื่นอย่าง DTAC และ AIS ที่ขณะนี้มีต่างชาติถือหุ้น 49%

AIS

AIS ได้ฐานความพร้อมด้านคุณภาพสัญญาณจากโครงข่าย TOT และมีเวลาเหลือตามสัญญา 5 ปี นอกจากนั้นยังมีพื้นฐานทางธุรกิจที่ดี ขยายได้ง่าย มีเครือข่ายบริษัทที่สนับสนุนที่ดี และมีช่วงเวลาที่มีความได้เปรียบทางการเมืองมาพอสมควร
ความได้เปรียบทางการเมืองนี้ มากหรือน้อยเพียงใดยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ เช่นประเด็นคุณทักษิณได้แปรสัญญาภาษีสรรพสามิต ที่คุณสุภิญญาเห็นว่าเอื้อเอกชน และคุณสุภิญญาเคยถูกฟ้องเรื่องนี้จากชินคอร์ปเป็นมูลค่า 400 ล้านบาท จนเร็วๆ นี้ก็มีการถกเถียงกันในประเด็นการพิจารณายึดทรัพย์คุณทักษิณ ระหว่าง ดร. วรเจตน์ กับ ดร. สมเกียรติ ( อย่างไรก็ตามถ้าจัดว่า AIS ได้เปรียบ ในช่วงเวลาดังกล่าว DTAC ก็ได้รับข้อได้เปรียบตามไปด้วยเช่นกัน )

DTAC

Dtac เป็นผู้ประกอบการที่เหลือเวลาตามสัญญา 2G มากที่สุดคือ 8 ปี ดูเหมือนเป็นผู้เล่นที่มีความเสี่ยงต่ำสุดในหลายด้าน และมีความพร้อมทางด้านโครงข่ายสูงมาก นอกจากนีี้ยังมีศักยภาพในการทำเทคโนโลยีใหม่ถึง 4G ได้เลย และมีความแตกต่างจาก True และ AIS ตรงที่ลักษณะธุรกิจเน้นเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือโดยตรง
อย่างไรก็ดี DTAC ได้พยายามอย่างยิ่งที่จะปูพื้นฐานสู่ 3G มาตลอด มีการตั้งทีมงาน ” Next DTAC ” ด้วยความมั่นใจว่าตนเองจะพลิกจากเบอร์ 2 ขึ้นมาเป็น เบอร์ 1 ได้ถ้ามี 3G ลองอ่านสิ่งที่ DTAC ได้ปูพื้นตนเองมา

TOT

TOT เป็นผู้ให้บริการเดียวที่สามารถให้บริการ 3G ได้แล้ว เพราะเป็นเจ้าของคลื่นที่สามารถให้บริการ 3G มาได้แต่ดั้งเดิม (1900 MHz) ซึ่งได้รับสิทธิ์นี้มาตั้งแต่สมัยกรมไปรษณีย์โทรเลข แต่ผลดำเนินการยังไม่ค่อยชัดเจน ความพยายามขยายขอบเขตพื้นที่บริการก็น้อย ทำให้คนส่วนใหญ่เองก็ยังไม่ค่อยได้ใช้ 3G ของ TOT ซึ่งผู้ให้บริการทุกคน (MVNO) บอกว่าเป็นช่วงทดลองกันหมด
จะว่าไปแล้ว TOT มีเงื่อนไขที่ได้เปรียบค่อนข้างมาก เช่นเงื่อนไขปรกติที่ผ่านไป 15 ปีต้อง refarming คลื่นคืนมาใหม่ พรบ.กิจการโทรคมนาคมกลับยกเว้นให้ TOT ไม่ต้องคืนคลื่น เพราะยังไม่มีหน่วยงานอย่างกสทช.มาทำเรื่องคลื่นแบ่งประเภทระหว่าง Broadcast กับ โทรคมนาคมให้ชัดเจน
TOT ควบคุมสัมปทาน 2G และมีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมอยู่อย่างมาก ดังนั้นการเปลี่ยนระบบสู่ 3G ด้วยวิธีใช้ระบบใบอนุญาตและรัฐมีแนวโน้มที่จะดึงเงินเข้าคลังโดยตรงจึงเป็น สิ่งที่ทำให้องค์กรมีความเสี่ยงมาก

CAT

CAT กลับขอสละสิทธในการประมูล 3G เพราะไม่แน่ใจถึงแหล่งเงินที่จะนำมาประมูล และความไม่ชัดเจนขององค์กรเอง อย่างไรก็ตาม CAT ได้เดินหน้าเปิดให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์ความเร็วสูง 3G ต่อเนื่องเอง CAT ยังเตรียมควบรวม 2 โครงข่าย ระบบ CDMA และระบบ Hucth เข้าด้วยกันเป็นโครงข่ายเดียวในชื่อโครงข่าย CDAM พร้อมอัพเกรดหรือเพิ่มระดับของเครือข่ายทั้งสองระบบให้เป็นโครงข่ายโทรศัพท์ ความเร็วสูง หรือ ระบบ 3G ในอีก 25 จังหวัด
CAT นั้นมีปัญหาทางความสัมพันธ์กับ TRUE อยู่ตามข่าวในช่วงต้นปี ส่วนจุดแข็งของ CAT ก็คือช่องทางการสื่อสารระหว่างประเทศ
CAT ก็เช่นเดียวกับ TOT ควบคุมสัมปทาน 2G และมีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมอยู่อย่างมาก ดังนั้นการเปลี่ยนระบบสู่ 3G ด้วยวิธีใช้ระบบใบอนุญาตและรัฐมีแนวโน้มที่จะดึงเงินเข้าคลังโดยตรงจึงเป็น สิ่งที่ทำให้องค์กรมีความเสี่ยงมาก

รัฐบาล

หลังจากที่รัฐบาลได้นิ่่งเฉย ไม่ได้แสดงท่าทีต่อวาระทางด้านโทรคมนาคม องค์กรอิสระอย่างกทช. ก็ได้ทำหน้าที่และผลักดันด้านแผนการ 3G มาจนใกล้ถึงบทสรุปตามความคาดหวัง ที่ว่าจะมีการประมูลคลื่นความถี่ 3G ในเดือนกันยายนนี้ จู่ๆ ก็มีการจัดทำแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคมฉบับใหม่โดยคุณ กรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ คุณจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ICT ว่า รัฐบาลจะยกเลิกสัมปทาน 2G และเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตทั้งหมด ทั้งที่รัฐบาลไม่เคยศึกษาหรือทำ road show มาก่อนหน้านี้เลย
ดูเผินๆ แล้ว เหมือนว่าข้อเสนอของรัฐบาลจะดีต่อ กทช. เพราะจะได้แก้ไขปัญหายุ่งเหยิงที่ผ่านมา รวมทั้งอำนาจในการบริหารของกทช. แต่คุณกรณ์กลับแนะนำว่าใบอนุญาตที่จะออกใหม่นั้น น่าจะมีอายุ 15 ปี ถือเป็นนัยบอกความต้องการอุ้มเอกชนก็เป็นได้ และความจริงแล้ว ไม่ใช่สิทธิของรัฐบาล ที่จะสามารถกำหนดกฏเกณฑ์ตรงนั้นได้

นิทานเต่ากับแมว @supinya ทวิส วันที่ 15 กันยายน 53

เรื่องของเรื่องคือ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วตอนยังไม่มี กทช. แมวกับเต่า ก็ได้เอกสิทธิ์เป็นขาใหญ่ครองคลื่นความถี่โทรคมนาคมมานาน

ปล.เรียกเต่าตาม speed ของเน็ตที่เต่าให้บริการ และออกเสียงคล้าย

คือ แมวกับเต่าได้สิทธิ์ครอบครองคลื่นความถี่และมีพันธกิจต้องส่งเสริมการสื่อ สารของประเทศไทยให้ประชาชนเข้าถึงตั้งแต่ปีมะโว้ ในนามรัฐวิสาหกิจ

แต่เต่าก็ไม่ขยัน คนไทยเลยไม่มีโทรศัพท์บ้านใช้ หันไปใช้มือถือกันแทนหลังจากรัฐบาลผ่านนักการเมืองให้สัมปทานเอกชนทำมือถือผ่านเต่า

ตอนหลังแมวก็ทำตามให้สัมปทานเอกชนเข้ามาทำมือถือบ้าง โดยเงื่อนไขอะไรตอนนั้นชาวบ้านยังไม่ตื่นตัวเลยไม่รู้อะไรมาก

รู้ แต่ว่า เต่ากับแมว ในฐานะรัฐวิสาหกิจก็ทำหน้าที่รับค่าต๋งหรือสัมปทานเข้ากระเป๋าแทนรัฐและคน ไทย สหภาพฯก็บริหารโบนัสกันไป นานเป็นสิบปี

ใน อดีตแทนที่เต่ากับแมวในฐานะคู่สัมปทานจะทำหน้าที่กำกับเอกชนเพื่อผู้บริโภค ก็ไม่ค่อยทำ เพราะเต่ากับแมวอู้ฟู่จากค่าสัมปทาน สบายใจแล้ว

ใน ที่สุดสังคมไทยก็ทนไม่ไหวมั้ง รัฐธรรมนูญเมื่อปี 2540 จึงบอกว่าให้มีองค์กรอิสระมาทำหน้าจัดสรรคลื่นความถี่ทั้งหลายแทนเต่ากับแมว เสียที

เมื่อปี 2543 จึงเกิด พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯขึ้น เพื่อก่อตั้ง กทช.(ดูแลด้านโทรคม) และ กสช.(ดูแลด้านวิทยุโทรทัศน์)

แต่ ปัญหาคือ กทช.เกิดมาทำงานแล้ว แต่ กสช.ยังไม่เกิดสักทีเพราะมีปัญหามากมาย พอเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองเมื่อ 19 กันยา 49 รัฐธรรมนูญก็ถูกฉีก

รัฐ ธรรมนูญใหม่ก็เขียนว่าให้มีองค์กรอิสระเพียงองค์กรเดียว จึงต้องยุบรวม กทช.กับ กสช. เป็น กสทช. จากนั้นก็แก้กม.กันเรื่อยมาจนปัจจุบัน

เนื่องจาก 3G เป็นกิจการที่หลอมรวมระหว่างโทรคมกับวิทยุโทรทัศน์ เลยมีคนบอกว่าต้องรอให้ กสทช.ทำนะ แต่ปัญหาคือ กสทช. ยังไม่เกิดสักที

กทช.ชุดก่อนหน้าเคยคิดจะประมูล3G มาแล้วเหมือนกัน แต่พอโดนขู่ว่าจะโดนฟ้องก็เลยถอย จนมาถึง กทช.ชุดนี้ที่ตัดสินใจเดินหน้า

เหตุผล หนึ่งที่ กทช.ชุดที่แล้วไม่กล้าเดินหน้าเพราะไม่มีต้นทุนทางสังคมมาก เนื่องเพราะกติกาที่จะออกไม่รัดกุมพอจะสร้างการแข่งขัน เลยโดนรุมมาก

แต่ กทช.ชุดใหม่ขยัน กล้าและฟังความเห็นของนักวิชาการ/ngo มากกว่าภาคธุรกิจ เลยทำให้เสียงค้านหายไปมากเพราะสังคมรับได้กับกติกาที่ดีกว่าเดิม

จะ เหลือก็แต่พี่เต่ากับพี่แมว ที่คราวนี้ไม่มีใครให้โหนกระแสช่วยค้านให้แล้ว เลยต้องออกโรงเอง ถามว่าแล้วทำไมเต่ากับแมวถึงเดือนร้อนนักล่ะ

ปล.มาถึงตอนนี้จะอธิบายยากหน่อยเพราะต้องพาดพิ่งบริษัทที่เข้าประมูลสามจีด้วย (กลัวผิดกฏ) เอ จะอธิบายยังไงดีนะ

คือ งี้ พี่เต่าให้สิทธิพี่อ้อยใช้ที่ทำนาอยู่ พี่แมวก็ให้สิิทธิ์พี่ติ่มกับพี่ดวงใช้ที่นาเหมือนกัน แต่พี่อ้อย ติ๋ม ดวง ก็ต้องจ่ายตังค์แพง

จริงๆตังค์ที่พี่อ้อย ติ๋ม ดวง จ่ายให้พี่เต่าพี่แมว นั้นควรเป็นภาษีของประชาชน แต่พี่เต่าแมวก็ใช้แทนซะเพลินเลย ก็ํเลยหวงไง

พอมีลุง กทช.มาทำงานและมีที่นาผืนใหม่ สวยสด ดินดีกว่า กำลังจะเปิดให้ใครต่อใครมาประมูลเพื่อใช้ทำนาให้ประเทศรุ่งเรื่อง พี่เต่ากับแมวก็โกรธ

เผอิญจังหวะไม่ดีประเทศสยามกำลังตกต่ำ แม้ กทช.จะเปิดให้ประมูลที่นาใหม่ ก็ดันไม่มีใครมานอกจากญาติของพี่อ้อย พี่ติ๋ม พี่ดวง

ถ้า ญาติพี่น้องของพี่อ้อย พี่ิติ๋ม พี่ดวง เกิดประมูลที่นาใหม่ได้ แล้วจ่ายค่าเช่าถูกกว่าที่เคยจ่ายให้กับพี่เต่าพี่แมว เค้าก็ทิ้งสัญญาเดิมไง

งาน ก็เลยเข้าพี่เต่าพี่แมว เพราะถ้าพี่อ้อย ติ๋ม ดวง ทิ้งสัญญาเช่านาเดิมปีละ 2-3 หมื่นล้าน แล้วพี่เต่ากับพี่แมวจะมีโบนัสที่ไหนไปเที่ยวกัน

สำคัญกว่านั้นคือค่าเช่าที่นาใหม่ ลุง กทช. ไม่มีสิทธิเก็บไว้ใช้เองเหมือนพี่เต่ากับพี่แมว แต่ต้องส่งเข้าคลังหลวงไง ดีกว่าเห็นๆ

ฟัง ดูก็ดีกับประเทศชาติ แต่ไม่ดีกับกระเป๋าของพี่เต่ากับพี่แมว เพราะถ้าไม่ได้ตังค์จากพี่้อ้อย พี่ติ๋ม พี่ดวง แล้วพี่เต่าพี่แมวจะหาเงินยังไง

ยังไม่จบนะ ที่ฮากว่านั้นคือ นอกจากเต่าแมวให้3สามเช่าที่นาแล้ว ตัวเองก็ไปจดทะเบียนในตลาดหวังจะทำนาแข่งกับ3สาวด้วย แต่ก็แข่งไม่ได้

คือ เต่ากับแมวอยากเป็น2อย่าง เป็นเจ้าของที่ดินให้เช่านาเก็บค่าต๋ง แต่ก็อยากดูดีเป็นชาวนาปลูกข้าวแข่งด้วย แต่ข้าวคุณภาพก็สุดทน คนจำใจซื้อ

จริงๆ วิบากกรรมของเต่าแมวยังไม่จบ ระหว่างที่ค้าน กทช.ก็ค้าน ร่าง พรบ.กสทช.ด้วย เพราะมีมาตราหนึ่งบอกว่าให้เต่ากับแมวต้องคืนรายได้เข้าคลัง

แต่เต่าแมวก็ไม่อยากคืน อ้างว่าเต่าแมวเป็นมรดกของชาติสยามมาก่อนเก่า ถ้าต้องคืนค่าสัมปทานที่นาเข้าคลัง ชีวิตเต่าแมวคงแหลกสลายไป


ถ้าใครเคยได้ฟังเต่าแมวอ้างว่า ทำไมต้องรักษาทรัพย์สินของเต่าแมว ท่านอาจน้ำตาไหลได้ เพราะจะซาบซึงถึงบุญคุญที่เต่าแมวทำให้คนไทยมาตลอด –"

และ ถ้าท่านไปต่อว่าเต่าแมวมากๆเข้า ท่านก็อาจถูกด่าว่าไม่รักชาติสยาม ไม่ปกป้องสมบัติชาติแต่ปันใจให้ฝรั่งบ้างจีนน้อยบ้าง ท่านอาจซึมเศร้าได้

และ ท่านอาจปวดใจไปกว่านั้นถ้ารู้ว่าจริงๆ เต่าแมวก็มีทีนาศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อ 3G กับ CDMA อยู่แล้ว แต่ดูเหมือนทำอะไรให้งอกเงยก็ไม่ได้ ทำไม?

เมื่อ ทำอะไรไม่ได้ เต่าแมวก็คงคิดว่า งั้นก็ห้ามคนอื่นทำก่อนแล้วกัน รอเวลาเผื่อมีปาฏิหารย์อะไรสักอย่างให้เต่าแมวยังอยู่เหมือนเดิมตลอดกาล

ปล.ลืม บอกไปว่า พี่อ้อยกับพี่ดวงเป็นลูกครึ่งแต่พี่ติ๋มไม่ใช่ ในขณะที่เต่าแมวมีปัญหากับลุง กทช. สามสามก็เครียดกับลุง กทช.เหมือนกัน (ฮา)

ปล.ลืม บอกไปว่า พี่อ้อยกับพี่ดวงเป็นลูกครึ่งแต่พี่ติ๋มไม่ใช่ ในขณะที่เต่าแมวมีปัญหากับลุง กทช. สามสามก็เครียดกับลุง กทช.เหมือนกัน (ฮา)

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เราไม่ควรเซ็งเป็ดแต่เซ็งแมว แทนดีกว่า

ตามไปอ่านเรื่องผู้หญิงแกร่ง คนนี้ได้ที่

คุยกับสุภิญญา กลางณรงค์ @supinya




>